วันศุกร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2555

เงื่อนไขการเข้ากิล (กองทัพ)



การเข้าร่วมกิล (กองทัพ) Emirates ในเกมศึกบัลลังก์มังกรนั้น เพื่อให้มีระบบระเบียบอันเดียวกันเพื่อความเข้าใจตรงและความสงบสุขของคนในกิล (กองทัพ) 


1.เข้าออนไลน์ทุกวันไม่ว่าเวาลาไหนก็ได้ จะเข้าสายบ่ายเย็น ตี 1 ตี 3 ก็แล้วแต่ ขอออนทุกวัน

2.บริจาคเข้ากองทัพเต็มทุกวัน จะ เวลกองทัพ ภาษี หรือ BP RP ต้องบริจาคเต็ม
3.ไม่แย่งชิงพื้นที่นา เหมือง ในพื้นที่ทำกินของคนในกิลอื่นๆ
4.ทุกคนต้องใช้ตัว  เป็นธงทุกคน
5.หัวหน้ากิลใหญ่เสมอ
ุ6.พยายามพาคนเข้ากิล (กองทัพ)
7.จะมาร่วมวอหรือไม่ก็แล้วแต่
8.มีอะไรเพิ่มเติมเดี๋ยวมาบอกอีก

ผู้ใดไม่ปฏิบัติตาม 


1.ตักเตือน ขั้นที่ 1 ถึง 3
2.ต้องถูกไล่ออกจะกิล (กองทัพ)


*ท่านผู้ใดที่อ่านแล้วถือว่ารับทราบโดยทั่วกัน*

วันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2555

บอดตาใส!ปืนต้วมเตี้ยมเจ๊าหม้อจืด 0-0

บอดตาใส!ปืนต้วมเตี้ยมเจ๊าหม้อจืด 0-0 

เห็นแล้วเหนื่อยใจแทนแฟนบอลเสียจริง เพราะอาร์เซนอลยังคงเร่งฟอร์มไม่ขึ้น เล่นกันไม่ค่อยจะเข้าขาแถมยังไร้ซึ่งการจบสกอร์อันเฉียบขาดในแดนหน้า ทำให้เสมอกับสโต๊ค ซิตี้ไปแบบงั้นๆ 0-0 สองเกมเสมอรวด ยังยิงใครไม่ได้สักแผล 

พรีเมียร์ ลีก 

สโต๊ค ซิตี้ 0 - 0 อาร์เซนอล

สนาม : บริตทาเนีย สเตเดี๊ยม

ประตู :
 - 

อาร์เซนอลต้องเจอกับคู่ปรับสุดเขี้ยวที่เคี้ยวกันไม่ค่อยลงมาตลอดอย่างโสต๊ค ซิตี้แถมต้องออกมาเยือนด้วย ดูแล้วไม่น่าจะใช่งานง่ายเป็นแน่ที่จะเก็บคะแนนออกไปได้ 

แถมวันนี้พวกเขายังต้องส่งมันโนเน่ผุ้รักษาประตูสำรองลงเล่น เนื่องจากไม่มีชื่อของเซสนี่ย์นายด่านมือหนึ่ง 

เกมนี้เป็นเกมแรกที่ชิรูด์ลงประเดิมหัวหอกตัวจริง โดยมีผู้ช่วยอย่างโพโดลสกี้และแชร์วิญโญ่ขนาบข้าง 

ครึ่งแรก 

นิดเดียว!วอลเตอร์สซัดได้แต่ล้ำ 
นึกว่าจะโดนเร็วซะแล้วสำหรับอาร์เซนอล เพราะในนาทีที่ 6 เคร้าซ์ขึ้นเทคตัวตามสเต็ปโหม่งชงต่อให้กับวอลเตอร์สหลุดเข้าไปจิ้มสวนตัวมันโนเน่ตุงตาข่าย แต่แข้งร่างตันยืนเหลือมอยู่นิดหนึงในจังหวะจ่าย ทำให้ไลน์แมนตีธงล้ำหน้ากันไป 

ปืนลุยอยู่แต่ยังไม่สุด 
เกมของอาร์เซนอลก็ใช่ว่าจะไม่ดีอะไร เพราะพวกเขาก็ยังครองบอลและบุกใส่เจ้าบ้านได้ตามสไตล์ เพียงแต่พื้นที่สุดท้ายคือปัญหา มีอยู่จังหวะที่โพโดลสกี้หลุดถึงในกรอบเขตโทษได้ แต่จังหวะยิงดันเจอวิลกินสันบล็อกซะนี่ 

ปืนยังอยู่กับปัญหาเดิม 
เกมกำลังจะเข้าสู่ช่วงครึ่งชั่วโมงแรก ปัญหาของอาร์เซนอลเหมือนเดิมเป๊ะจากเกมนัดเปิดสนามคือแนวรุกด้านข้างยังขาดความเข้าใจกันอยู่ เนื่องจากเป็นแข้งใหม่ซะส่วนมาก เลยทำให้จังหวะที่ต้องเด็ดขาดทะลุทะลวงแนวรับของสโต๊คมันติดขัดไปนิด 

อูยย ... กอซอร์ล่าโดนย่ำเต็มๆ 
นาทีที่ 31 เห็นแล้วเจ็บแทนเลยกับจังหวะนี้ที่กาซอร์ล่ารับบอลมาจากกิ๊บส์แล้วจะพลิกเล่นต่อ แต่เจอวิลสันพุ่งเข้าไปย่ำที่หลังเท้าแบบเต็มรักจนลงไปดื้นกับพื้น จังหวะแบบนี้ถ้าเข้าล็อกขึ้นมามีแตกมีหักได้เลย 

หายเจ็บละ!กาซอร์ล่าส่องไกลติดเซฟ 
อีก 3 นาทีต่อมา อาการที่เท้าดีขึ้น เลยขอลองน้ำหนักหน่อยสำหรับกาซอร์ล่าที่ตะบันไกลจากนอกกรอบเขตโทษ น้ำหนักบอลเยี่ยม แต่ทิศทางอ่อนไปนิด ไม่หนีมือของเบโกวิชทุบทิ้งไปได้ 

หม้อได้กดดันคืนบ้างหน่อย 
หลังจากให้อาร์เซนอลครองเกมอยู่นาน สโต๊คก็มาบุกใส่เพื่อหวังจะกดดันคืนบ้าง ซึ่งก็ถือว่าได้ผลอยู่นิดหน่อย แต่ก็ยังไม่ดีพอที่จะทำให้แนวรับของอาร์เซนอลรวนได้ 

จบครึ่งแรก บอกตรงๆว่าโอกาสยิงให้เห็นจะๆมีค่อนข้างน้อย จะมีแค่จังหวะลุ้นแบบขอไปทีหรือให้ได้จบบ้างแค่นั้น ก็ต้องดูว่าในครึ่งหลังเวนเกอร์จะปรับลูกทีมยังไงให้ข้างหน้ามีประสิทธิภาพมากกว่านี้ เพราะการเข้าทำมันหนืดเกินกว่าจะหวังลุ้นอะไรได้ ส่วนสโต๊คก็คงมาแนวเดิมคือรับแน่นไว้ก่อน ที่เหลือค่อยบอมบ์ใส่อีกที 

ครึ่งหลัง 

หม้อมาเป็นชุดเลย 
กลับมาเล่นครึ่งหลัง 10 กว่านาที ไม่รู้ว่าไปคุยกันมายังไง แต่เป็นสโต๊คที่ทำเกมได้ดีกว่าอาร์เซนอลและมีจังหวะพาเข้าไปถึงพื้นที่สุดท้ายหลายครั้ง ไม่รู้ว่าเวนเกอร์ตั้งใจให้ลูกทีมผ่อนหรือเกมมันไม่กระเตื้องจนบุกไม่ขึ้นกันแน่ 

ถอนรากเลยทีเดียว!แฟร์มาเล่นเจอจัดหนัก 
นาทีที่ 62 ถึงกับลงไปกลิ้งกุรุกๆกับพื้นเลยสำหรับจังหวะนี้ของแฟร์มาเล่น เมื่ออาร์เซนอลต่อบอลกันสวยหน้ากรอบเขตโทษของสโต๊ค แต่มาหยุดกึกเอาในจังหวะที่วิลกินสันวิ่งเข้าไปหวดกัปตันทีมอาร์เซนอลจากด้านหลังเต็มๆ ผู้ตัดสินเลยจัดใบเหลืองให้ซะ 

ชิรูด์น่าจะแหล่มกว่านี้นะ 
นาทีที่ 70 จังหวะนี้ถือว่ากองหลังสโต๊คพลาดกันไปหมดแล้ว เพราะลูกเตะมุมที่กาซอร์ล่าบรรจงตักมาให้ชิรูด์นั้นไม่มีใครประกบเขาอยู่เลย ได้ตีลากงยิงเหน่งๆ แต่ดันแป้ก บอลเด้งพื้นหลุดข้ามคานออกไปไกล จนเพื่อนต้องมาจบบ่าว่าเอาใหม่เถ๊อะ 

ปืนเปลี่ยนคู่!จัดธีโอ-อ๊อกเหล็กลง 
อีก 2 นาทีต่อมา ขืนปล่อยให้เกมทื่อแบบนี้ก็เตรียมโนกอร์ต่อไปอีกนัดได้เลยสำหรับอาร์เซนอลที่ขยับปรับเปลี่ยนส่งตัววัลค็อตต์และแชมเบอร์เลนลงสนามแทนโพโดลสกี้กับแชร์วิญโญ่ อย่างน้อยก็คงไม่ได้เห็นภาพการเลี้ยงลูกเดียวของพี่แชร์แกในช่วงเวลาที่เหลือแน่ๆ 

ปืนยังไม่ดีขึ้นเท่าไหร่ 
เข้าสู่ 10 นาทีสุดท้าย สถานการณ์ยังไม่เปลี่ยนไปนัก เพราะสโต๊คเองก็ยังมีลุ้นพาบอลขึ้นหน้าได้เรื่อยๆ ส่วนอาร์เซนอลก็ยังเล่นกันในสปีดที่เชื่องเหมือนเดิม ดูแล้วอาจจะจบลงที่ผลเสมอ ถ้าไม่มีลูกผีจับยัดอะไรขึ้นมา เพราะรูปเกมของทั้งสองทีมมันยากที่จะทำให้เกิดประตูเหลือเกิน 

เหียวปล่อยของให้แรมซี่ย์ลง 
นาทีที่ 81 ของอะไรไม่รู้แต่ปล่อยลงไปแล้วสำหรับแรมซี่ย์ที่ลงเล่นแทนกาซอร์ล่าที่แม้ว่าจะมีวูบวาบแต่ก็ช่วยทีมให้ทำประตูในเกมนี้ไม่ได้ 

มันน่าเข้านัก!ชิรูด์ลักไก่สุดเสียว 
นาทีที่ 89 ถ้าเข้านี่หล่อหาที่เปรียบไม่ได้เลยสำหรับชิรูด์กับจังหวะสวนกลับเร็วของอาร์เซนอล ที่บอลขึ้นไปทางเขา แม้ว่าจะมีพื้นที่ให้ไปได้อยู่ แต่เห็นว่าเบโกวิชออกมาไกลจากประตู เจ้าตัวเลยจัดการส่องยาวส่งบอลข้ามนายด่านสโต๊คไปได้แล้ว แต่บอลมันเหินหลุดคานออกไปนิดเดียวเท่านั้น 

ช่วงเวลาที่เหลือแม้ว่าจะมีจังหวะลุ้นประตูกันบ้างประปราย แต่ก็ไม่บังเกิดสกอร์ ทำให้อาร์เซนอลบุกมาเสมอกับสโต๊ค ซิตี้ไป 0-0 ยังคงต้องตามหาคำว่า "ชนะ" กันต่อไปในช่วงต้นฤดูกาลนี้ 

รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม :

สโต๊ค ซิตี้ :
 แอสเมียร์ เบโกวิช, โรเบิร์ต ฮูธ, ไรอัน ชอว์ครอสส์, มาร์ค วิลสัน, แอนดี้ วิลกินสัน, เกล็นน์ วีแลน, กีออฟ เคเมอรอน, เจอร์เมน เพนแนนท์, ไมเคิ่ล ไคท์ลี่ย์, ปีเตอร์ เคร้าซ์, โจนาธาน วอลเตอร์ส 

ตัวสำรองที่ไม่ได้ลงสนาม : 

อาร์เซนอล : วิโต้ มันโนเน่, โธมัส แฟร์มาเล่น, แพร์ แมร์เตซัคเกอร์, คีแรน กิ๊บส์, คาร์ล เจนกินสัน, อาบู ดิยาบี้, มิเกล อาร์เตต้า, ลูคัส โพโดลสกี้, แชร์วิญโญ่, โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์, ซานติ กอซอร์ล่า 

ตัวสำรองที่ไม่ได้ลงสนาม : 







 
 
 
 
 
 
 
 
 

เดลี่เมลฟันธง!สเตอร์ลิ่งเบียดรุ่นพี่ยึดตัวจริงชนเรือ

เดลี่เมลฟันธง!สเตอร์ลิ่งเบียดรุ่นพี่ยึดตัวจริงชนเรือ 
เดลี่ เมลสื่อชื่อดังผู้ดีเผยว่าเบรแดน ร็อดเจอร์สกุนซือตาหวานของลิเวอร์พูลเตรียมทำเซอร์ไพรซ์ส่งราฮีม สเตอร์ลิ่งปีกดาวรุ่งลงเจอแมนเชสเตอร์ ซิตี้คืนนี้แบบไม่มีกลัวทำให้ไม่ฟาบิโอ บอรินี่หรือสจ๊วจ ดาวนิ่งคนใดคนหนึ่งต้องนั่งดูทันที 

เจ้าหนูวัย 17 ปีเป็นแมน ออฟ เดอะ แมทช์ในเกมที่"หงส์แดง"บุกเอาชนะฮาร์ท 1-0 ในศึกยูโรป้า ลีกเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมาและเป็นการลงสนามตัวจริงในทีมชุดใหญ่หนแรก 

ผลงานดังกล่าวตอกย้ำความไว้วางใจของบีร็อดมากขึ้นเรื่อยๆว่าเขาสามารถยืนระยะบนเวทีชุดใหญ่ได้ทำให้ส่อแววต่อยอดเป็นตัวจริงหนแรกในเกมลีกพบ"เรือใบ"อีกหน 

ข่าวนี้ทำให้บอรินี่หรือดาวนิ่งคนใดคนหนึ่งต้องหลุดตัวจริงทันทีโดยสเตอร์ลิ่งจะยึดตำแหน่งหน้าซ้ายโดยมีหลุยส์ ซัวเรซยืนค้ำกลางส่วนดาวนิ่งซึ่งปกติยืนฝั่งขวาแต่มีความเป็นไปได้เช่นกันที่อดีตกองหน้าโรม่าจะถูกโยกมายืนแทน 

สเตอร์ลิ่งเคยทำท่าจะถูก"บีร็อด"ปล่อยให้ทีมอื่นยืมตัวแต่ช่วงปรีซีซั่นกลับทำผลงานเข้าตาโดยเฉพาะเกมกับเลเวอร์คูเซ่นที่วิ่งเบียดกองหลังที่ใหญ่กว่าก่อนลากตัดเข้าในยิงประตูสุดสวย 

หากเป็นดังข่าวจริงอดีตปีกควีนส์ พาร์ค เรนเจอร์สจะเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดที่ลงตัวจริงให้สโมสรถัดจากไมเคิ่ล โอเว่นและแจ็ค โรบินสัน 

วันเสาร์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2555

อาซาร์อีกแล้ว!ซัดโทษ+จ่ายสิงห์ซิวสาลิกา 2-0

อาซาร์อีกแล้ว!ซัดโทษ+จ่ายสิงห์ซิวสาลิกา 2-0 

ชั่วโมงนี้ต้องยกให้เขาคนนึงหลังเอด็อง อาซาร์ได้รับโอกาสซัดจุดโทษประเดิมประตูแรกเรียบร้อยอีกทั้งยังเป็นจ่ายให้เฟร์นานโด ตอร์เรสยิงปิดท้ายพา"สิงห์บลูส์"เชลซีเอาชนะ"สาลิกาดง"นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 2-0 ครองจ่าฝูงต่อ 

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์

วันเสาร์ที่ 25 สิงหาคม 2555
 

เชลซี 2:0 นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด

ประตู
 : 1-0 อาซาร์(จุดโทษ) น.22, 2-0 ตอร์เรส น.45 

เกมนี้เจ้าบ้านต้องให้ลูอิซที่ไม่มีอาการเจ็บแล้วลงสนามมาจับคู่กับเคฮิลล์หลังเทร์รี่เจ็บ ส่วนเมเรเลสได้ลงมาเป็นกลางแทนที่ของแลมพาร์ด นอกนั้นก็เหมือนเดิมอาซาร์, ตอร์เรสและมาต้าประสานงานเกมรุก 

ส่วนทีมเยือนกลับมาได้แบ็คโฟร์ชุดแข็งแกร่งที่สุดอีกครั้ง โคลอชชินี่หายเจ็บจับคู่กับเทย์เลอร์ ส่วนแบ็คขวาก็เป็นซิมป์สัน แต่ตรงกลางต้องให้อนิต้าลงมาแทนติโอเต้ที่เจ็บ ที่เหลือก็หน้าเดิมจากเกมนัดเปิดสนาม 

"สาลิกาดง"มาเยือนเกมลีกในลอนดอน 8 นัดหลังทำได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ชนะไปแค่เกมเดียว เสมอสองและแพ้ถึงห้านัด แต่เกมเดียวนั่นก็คือเกมที่พวกเขาบุกมาเอาชนะ"สิงห์บลูส์"ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ในซีซั่นก่อนได้ 2-0 ซึ่งเป็นชัยชนะเกมเยือนในลีกนัดแรกตั้งแต่ปี 1986 

ครึ่งแรก 

เจ้าบ้านเปิดเกมเหนือกว่า 
เริ่มต้นเกมมาเรียกว่าเจ้าบ้านครองบอลแทบจะเสร็จสรรพเก็บไว้กับตัวอยู่ฝั่งเดียว แต่ก็ไม่ได้เร่งรีบอะไรมากนักพยายามหาช่องเจาะกันไปได้ลองส่องๆบ้างแต่ก็ไม่มีอะไร 

เจ้าบ้านลุ้นอีก!อาซาร์ส่องไกลเบาไป 
ผ่านมา 14 นาทีรูปเกมยังเป็นของเชลซีกันอยู่ได้มีจังหวะลุ้นอีกครั้งนึงจากมิเกลที่จ่ายต่อให้กับอาซาร์ก่อนจะพลิกบอลได้สวยหลับกาบายมาได้แล้วลองยิงไกลดูแต่บอลก็ทั้งเบาทั้งตรงตัวครูลรับได้ไม่มีปัญหา 

สิงห์บุกต่อเนื่องยังยิงไม่ผ่านครูล 
"สิงห์บลูส์"ยังได้บุกต่อเนื่องคราวนี้ลองเปลี่ยนมาเป็นบอลโยนยาวโดยเมเลเรสให้กับตอร์เรสที่หน้าเขตโทษดูก่อนจะเอาลงแล้วแปะต่อให้กับเบอร์ทรานด์ที่วิ่งตัดเข้ามายิงแต่บอลก็ยังตรงตัวของครูลอยู่เช่นเคย 

จุดโทษอีกนัด!ตอร์เรสจัดให้อาซาร์ส่องเป้า 
แล้วนาที 21 "สิงห์บลูส์"ก็มาได้จุดโทษติดต่อกันเป็นเกมที่สามจากจังหวะที่ตอร์เรสพลิ้วเข้าเขตโทษแล้วเจออนิต้าสกัดช้าล้มลงกลายเป็นจุดโทษ ก่อนจะเป็นอาซาร์ที่ขอรับหน้าที่สังหารเองเลยแล้วก็ไม่มีพลาด เชลซีออกนำไปก่อน 1-0 

โปรโขกโหม่งเข้ามือครูล 
ผ่านมาครึ่งชั่วโมงแล้วทีมเยือนยังทำเกมบุกไม่ขึ้นเลยเจอเชลซีบุกเอาๆคราวนี้เป็นคิวของโคลที่หยอดจากฝั่งซ้ายเข้าไปในเขตโทษ มีอิวาโนวิชวิ่งมาโขกเต็มๆหัวแต่ไม่ห่างมือครูลมากเลยตะครุบเอาไว้ได้ 

ลูอิซอย่าโชว์!เจอตัดบอลซิสเซ่ยิงสวนไม่ผ่านเช็ค 
ท้ายครึ่งแรกแอบมีเผลอเหมือนกันแนวรับของเจ้าบ้านจนเกือบจะเสียประตูจากจังหวะบอลเปิดเข้ากลางไปอยู่ที่ซิสเซ่ ลูอิซประกบติดตัดบอลไปได้ก่อนจะตามไปเล่นแล้วพยายามจะล็อกหนีแต่เจอสกัดไว้เข้าทางซิสเซ่ยิงสวนเลยแต่ตรงตัวเช็ค 

ทำกันสวย!อาซาร์ตอกส้นพี่ตอซัดไม่เหลือ 
แต่แล้วช่วงทดเจ็บครึ่งแรกเจ้าบ้านก็นำห่างออกไปเรียบร้อยในจังหวะการประสานงานของตอร์เรสที่ฝากบอลไปให้กับอาซาร์ก่อนจะตอกส้นคืนมาให้หอกกระทิงยิงอัดส่งบอลเสียบเเสาไม่เหลือเลย เชลซีปิดครึ่งแรกด้วยการนำ 2-0 

ครึ่งหลัง 

เบนเท็นล็อกแล้วยิงแต่หลุดเสา 
กลับมาครึ่งหลังนิวคาสเซิ่ลดูแก้เกมกันมาได้ดีขึ้นมีลุ้นเพิ่มอีกครั้งจากเบน อาร์กฟาที่ได้บอลหน้าเขตโทษก่อนจะทำท่าเหมือนยิงแล้วล็อกหลอกเมเรเลสให้เข้าซ้ายก่อนจะกดเรียดไปเสาสองแต่ก็หลุดออกหลังไปนิดเดียว 

นิวเริ่มมา!บาได้กดมุมแคบติดเช็ค 
นาที 58 โอกาสของ"สาลิกา"ชักมาถี่แล้วจากกาบายที่ไปตัดบอลจากมิเกลได้ก่อนจะลองส่องไกลเลยติดตัวบล็อก แต่บอลยังไม่ไปไหนมาเข้าทางของบาลากไปหามุมแคบยิงแต่เช็คก็ออกมาปิดมุมเซฟออกหลัง 

ซิสเซ่ได้โขกแต่กดไม่ลง 
โอกาสของเชลซียังไม่มาเลยครึ่งหลังนี้แต่ทีมเยือนได้โอกาสอีกแล้วจากฟรีคิกริมเส้นด้านซ้ายจากเทย์เลอร์เปิดเข้าไปในเขตโทษเลยมีซิสเซ่ที่หลุดจาลูอิซมาได้โขกแต่ก็กดไม่ลงออกหลัง 

สาลิกาต้องแก้เกมแล้ว 
เข้าสู่ช่วง 15 นาทีสุดท้ายนิวคาสเซิ่ลต้องรีบแก้เกมแล้วหลังกลับมานิ่งๆอีกครั้งให้มาร์กโวซ์ลงสนามมาแทนที่ของซานตอนในตำแหน่งแบ็คซ้ายไปเลย 

หลวงพี่เมปั่นฟรีคิกหลุดกรอบ 
โอกาสของเจ้าบ้านมีมาในช่วงหลังนี่ได้ลุ้นจากลูกตั้งเตะซะเป็นส่วนใหญ่ได้โอกาสลองดูครั่งนึงจากหน้าเขตโทษประมาณ 28 หลาก่อนเป็นเมเรเลสรับหน้าที่ปั่นแต่ก็หลุดกรอบไปพอสมควร 

เกือบมีเพิ่ม!เบอร์ทรานด์กดไกลยังไม่เข้า 
ช่วงท้ายเกมนาที 80 เชลซีเกือบมีลูกสามอีกแล้วเป็นบอลโดนสกัดออกมาตรงกลางก่อนจะถูกป้ายออกมาทางซ้ายที่เบอร์ทรานด์ได้ลองยิงไกลดูเลยแต่ครูลยังบินปัดได้ปลายมือ 

เกือบไล่มา!บายิงแต่เช็คเซฟอยู่มือ 
โอกาสงามของ"สาลิกา"มาอีกแต่ทำไม่ได้ซะทีในจังหวะที่มาร์กโวซ์ขึ้นเกมตรงริมเส้นก่อนจะเปิดยาวลึกไปเสาสองให้อาร์ก ฟาโหม่งชงกลับมาตรงกลางที่บายิงทีแรกวืดแต่บอลไม่ไปไหนได้ยิงซ้ำอีกก็ยังไม่ผ่านมือเช็คพุ่งมาเซฟติดหนึบ 

จบเกมเชลซีก็ไม่มีปัญหาเอาชนะนิวคาสเซิ่ลไป 2-0 เก็บชัยสามนัดแรกของซีซั่นได้เป็นครั้งที่ 5 ตั้งแต่มีพรีเมียร์ลีกมาแล้วก่อนที่พวกเขาจะไปทำศึกซูเปอร์ คัพกับแอตฯ มาดริดในวันศุกร์นี้ 

รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม

เชลซี
 : ปีเตอร์ เช็ค, ดาวิด ลูอิซ, แกรี่ เคฮิลล์, แอชลี่ย์ โคล, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, จอห์น โอบี มิเกล, ราอูล เมเรเลส (แลมพาร์ด น.87), ไรอัน เบอร์ทรานด์, ฆวน มาต้า (รามิเรส น.67), เฟร์นานโด ตอร์เรส, เอด็อง อาซาร์ 

สำรองไม่ได้ลงสนาม : มิเชล เอสเซียง, รอส เทิร์นบูลล์, เดเนียล สเตอร์ริดจ์, โอริโอล โรเมอู, ออสการ์ 

นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด : ทิม ครูล, ฟาบริซิโอ โคลอชชินี่, สตีเฟ่น เทย์เลอร์, ดาวิเด้ ซานตอน (มาร์กโวซ์ น.74), แดนนี่ ซิมป์สัน (เทย์เลอร์ น.64), โยฮัน กาบาย (เพิร์ช น.77), เวอร์น่อน อนิต้า, ฮาเต็ม เบน อาร์กฟา, เด็มบ้า บา, ปาปิส ซิสเซ่ 

สำรองไม่ได้ลงสนาม : สตีฟ ฮาร์เปอร์, ไมเคิ่ล วิลเลียมสัน, กาเบรียล โอแบร์ตอง, โรแม็ง อมาลฟิตาโน่


 
 

ไก่เซ็ง!มวยโลกสุดฮึดยิงทดเจ็บไล่เจ๊า 1-1

ไก่เซ็ง!มวยโลกสุดฮึดยิงทดเจ็บไล่เจ๊า 1-1 

"ไก่เดือยทอง"ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์เกือบจะคว้าชัยชนะนัดแรกในฤดูกาลนี้อยู่แล้วแต่สุดท้ายมาเจอลูกฮึดท้ายเกมของเวสบรอมวิช อัลเบี้ยนยิงประตูตีเสมอช่วงทดเจ็บแบ่งแต้มกันไป 1-1 

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

สนาม : ไวท์ ฮาร์ท เลน

วันเสาร์ที่ 25 สิงหาคม 2555
 

ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ 1:1 เวสบรอมวิช อัลเบี้ยน

ประตู
 : 1-0 เอก็อตโต้ น.74, 1-1 มอร์ริสัน น.90+1 

เกมนี้สเปอร์สให้แฟร์ทองเก้นลงสนามเป็นตัวจริงแทนที่ของกาบูลที่เจ็บตาดคาดก่อนหน้านี้ แต่กองหน้ายังคงเป็นเดโฟที่ได้บทตัวจริงต่อส่วนอเดบายอร์ที่เพิ่งย้ายมายังเป็นแค่สำรอง ส่วนฝั่งเวสบรอมวิชเรียกว่าเกือบสมบูรณ์ขาดแต่ชื่อของโอเด็มวิงกี้ที่หายไปเลย 

ครึ่งแรก 

เปิดฉากมาเกมของเจ้าบ้านยังดูดีๆอยู่ได้โอกาสบุกเข้ามามากกว่าค่อนข้างชัดเจนแต่ว่าจังหวะยิงยังไม่แม่นยำพอมีหลุดมาทางขวาทีนึงจากการทำชิ่งขึ้นมาให้วอล์คเกอร์ดันแล้วเปิดเข้าไปให้เบลแต่บอลไกลตัวไปนิดเลยต้องเหยียดสุดท้ายคุมบอลไม่อยู่หลุดไปไกล 

โอกาสของ"ไก่เดือยทอง"มาอีกครั้งแล้วจากการขึ้นเกมโดยฟาน เดอร์ ฟาร์ททะลุช่องไปริมเส้นซ้ายให้เบลควบตะบึงมารับบอลก่อนเปิดบอลไปตรงเส้นเขตโทษให้กับเล่นน่อนจับก่อนสับด้วยซ้ายข้างไม่ถนัดบอลเลยไม่ได้ลุ้นอะไรมาก 

นาที 16 สเปอร์สชักได้ลูกหวาดเสียวมากขึ้นเรื่อยๆคราวนี้เป็นทีของวอล์คเกอร์แทงให้เลนน่อนหลุดเข้าเขตโทษไปแล้วก่อนจะตบเข้าไปตรงกลางให้ฟาน เดอร์ ฟาร์ทยิงทันทีแต่บอลก็ยังไม่ตรงกรอบหลุดออกเสาแรกไป 

วันนี้เรียกว่าได้ลุ้นแบบพับสนามเลยก็ว่าได้หลังเจ้าบ้านโต้กลับมาได้โอกาสลุ้นประตูเลยเริ่มต้นจากแฟร์ทองเก้นพาบอลมาก่อนจะดีดออกทางริมเส้นให้เบลสปีดมาแล้วเปิดเข้าใน บอลมาถึงจุดเกรงใจของฟาร์ทกับแฟร์ทองเก้นนิดนึงก่อนจะกลายเป็นแฟร์ทองเก้นได้หวดแต่บอลก็หลุดออกไปพอสมควร 

ผ่านมาจนถึงช่วงท้ายครึ่งแรกแล้วแต่เกมรุกของ"มวยโลก"ยังไม่ทำงานเลยเจอสเปอร์สกดดันเข้าใส่แทบจะตลอดและยังโดนส่องอยู่เรื่อยๆ คราวนี้"ไก่"ได้ฟรีคิกหน้าเขตโทษก่อนเป็นฟาร์ทวิ่งมาปั่นหลุดกรอบออกไปอีก 

หลังจากนั้นเจ้าบ้านก็ยังครองบอลเคาะกันไปมาหาช่องเข้าทำแต่จังหวะสุดท้ายก็ไม่เฉียบคมเลยเพราะเล่นมีโอกาสไปถึง 11 ครั้งแล้ว ส่วน"มวยโลก"แค่ครั้งเดียวเท่านั้นทำให้ครึ่งแรกยังคงเสมอกันอยู่ 0-0 

ครึ่งหลัง 

กลับมาเริ่มต้นครึ่งหลังรูปเกมก็ดูไม่เปลี่ยนแปลงเท่าไหร่นักเป็น"ไก่เดือยทอง"ที่มีโอกาสจะๆกันก่อนอีกแล้วจากจังหวะฟรีคิกหน้าเขตโทษประมาณ 25 หลาได้และเป็นเอก็อตโต้วิ่งเข้ามาปั่นก่อนเจอฟอสเตอร์เซฟออกหลัง 

เจ้าบ้านบุกเพลินๆแต่ก็ต้องระวังเหมือนกันในนาที 53 "มวยโลก"มาได้ลุ้นกันบ้างจากดอร์แรนส์ที่เลี้ยงฝ่าเข้าไปเรื่อยในเขตโทษก่อนจะยิงมุมแคบแต่ฟรีเดลปัดไว้ได้ตัวซ้ำก็ไม่มี 

โอกาสทางสเปอร์สมากันอีกครั้งเป็นจังหวะตัดบอลได้แล้วลิเวอร์มอร์ฝากต่อขึ้นหน้าไปให้กับเดโฟเลี้ยงจี้เข้าเขตโทษไปเรื่อยก่อนสับด้วยขวาแต่ก็เป็นอีกครั้งที่บอลหลุดกรอบออกหลัง 

สเปอร์สเฮกันเก้อเลยหลังคิดว่าจะได้ประตูนำซะแล้วจากจังหวะเปิดย้ำเข้าไปในเขตโทษทางเดโฟได้โอกาสพลิกหนีตัวประกบไปหาช่องยิงผ่านฟอสเตอร์เข้าไปแล้วแต่ล้ำหน้า แถมจังหวะโต้กลับเกือบเสียด้วยลูกากูลุยเดี่ยมาเองก่อนสับไกฟรีเดลเซฟเหมือนกัน 

เข้านาที 68 กลับมาเป็นฝั่ง"มวยโลก"ที่เรียกว่ากดดันเจ้าบ้านได้หนักหน่วงเหมือนกันจากลูกากูพักบอลให้ฝากมาที่ดอร์แรนส์ก่อนจะเลือกแทงขึ้นหน้าให้มูลุมบูหลุดเขาเขตโทษไปยิงแต่ฟรีเดลออกมาปิดมุมเซฟไว้ทัน 

แต่สุดท้ายเจ้าบ้านก็ประสบความสำเร็จได้ประตูซักทีหลังอัดอั้นมานานในจังหวะเตะมุมจากขวาเข้าไปเจอสกัดออกมา ก่อนจะเข้าเท้าของเอก็อตโต้หน้าเขตโทษกดซ้ำเข้าไปเลยบอลโดนทางด้านแนวรับเวสบรอมวิชแฉลบเปลี่ยนทางเข้าประตู สเปอร์สออกนำแล้ว 1-0 

เข้าช่วง 10 นาทีสุดท้ายแล้วเกมเปิดแลกกันพอสมควรเพราะฝั่งสเปอร์สต้องการประตูฝัง ส่วนเวสบรอมฯก็อยากได้ประตูตีเสมอ มีโอกาสกันคนละทีจากเบลกับลูกากูแต่ก็ยังไม่เป็นประตู 

จะหมดเวลาแล้วทีมเยือนบุกหนักเลยจนสุดท้ายก็มาได้ประตูตีเสมอจริงๆในจังหวะที่บอลเตะมุมเข้าไปก่อนจะสกัดออกมาทางซ้ายให้เปิดเข้าไปอีกที ลูกากูโหม่งเจอสกัดจากเส้นโดนเตะทิ้งอีกไปทางขวาให้โรเซนเบิร์กโหม่งมาในเขตโทษแล้วเข้าทางมอร์ริสันยิงส่งบอลเข้าไปนอนก้นตาข่าย เวสบรอมฯตีเสมอสำเร็จ 1-1 

สุดท้ายจบเกมไปด้วยสกอร์นี้อันเดร วิลลาส โบอาสยังคงควานหาชัยชนะเกมแรกในลีกกับสเปอร์สไม่เจอต้องไปลองกันใหม่ในเกมหน้าที่จะพบกับนอริช ซิตี้ 

รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม

ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์
 : แบรด ฟรีเดล, ยาน แฟร์ทองเก้น, วิลเลียม กัลลาส, เบนัวต์ อัสซู-เอก็อตโต้, ไคล์ วอล์คเกอร์, เจ๊ค ลิเวอร์มอร์, ซานโดร (ซิกเกิร์ดสัน น.73), แกเร็ธ เบล, อารอน เลนน่อน, เจอร์เมน เดโฟ (จีนาส น.76), ราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ท (อเดบายอร์ น.62) 

สำรองไม่ได้ลงสนาม : คาร์โล คุดิชินี่, ไคล์ นอจ์ตัน, แอนดรอส ทาว์นเซนด์, สตีเฟ่น เคาล์เกอร์ 

เวสบรอมวิช อัลเบี้ยน : เบน ฟอสเตอร์, โจนาส โอลสัน, แกเร็ธ แม็คออลี่ย์, เลียม ริดจ์เวลล์, สตีเฟ่น รีด, เคลาดิโอ ยาค็อบ, ยูสซุฟ มูลุมบู, มาร์ก-อ็องตวน ฟอร์ตูเน่ (โรเซนเบิร์ก น.81), แกรห์ม ดอร์แรนส์ (บรันท์ น.75), เชน ลอง (ลูกากู น.62), เจมส์ มอร์ริสัน 

สำรองไม่ได้ลงสนาม : โบอาส มายฮิลล์, โซลตัน เกร่า, บิลลี่ โจนส์, เคร็ก ดอว์สัน